Programs
ชื่อปริญญา :
ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (ศิลปะดิจิทัล)
Bachelor of Fine and Applied Arts (Digital Art)
หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะดิจิทัล
Bachelor of Fine and Applied Arts Program in Digital Art
ความเป็นมาของหลักสูตร
หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะดิจิทัล ได้พัฒนาหลักสูตรมาจากหลักสูตรคอมพิวเตอร์ศิลปะและการออกแบบ ซึ่งได้เปิดทำการสอนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 ต่อมามีการปรับปรุงหลักสูตรครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ. 2553 เริ่มใช้หลักสูตร พ.ศ. 2555 ในปี พ.ศ. 2560 ได้ปรับปรุงหลักสูตรครั้งที่ 2 และในปี พ.ศ. 2565 ได้ปรับปรุงหลักสูตรครั้งที่ 3 โดยยึดแนวทางตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขาศิลปกรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีเป้าหมายผลิตบัณฑิต ที่มีคุณธรรม ความรู้ ความสามารถทางด้านการออกแบบ และการสร้างสรรค์งานศิลปะโดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และเครื่องมือที่ทันสมัย มาสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อผลิตสื่อรองรับกับอุตสาหกรรมการพิมพ์ การโฆษณา งานด้านสื่อมัลติมีเดีย สามารถนำความรู้ไปใช้ในการศึกษาในระดับสูงขึ้น และสามารถประกอบอาชีพสร้างสรรค์ผลงานรองรับการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน สามารถทำการวิจัยเชิงศิลปะและการออกแบบเพื่อพัฒนาผลงานและผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์แก่ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
เมื่อสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรนี้แล้ว นักศึกษาจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะ ดังนี้
1. มีคุณธรรม จริยธรรม จิตสำนึกสาธารณะในสาขาวิชาชีพทางศิลปะ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
2. มีความรู้ในหลักของฐานศาสตร์ทางศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อประกอบอาชีพได้
3. มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินคุณค่าทางสุนทรียะได้อย่างมีวิจารณญาณ
4. มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีทักษะในการจัดการทางศิลปกรรม
5. สามารถสื่อสารและนำเสนอแนวความคิดที่เป็นรูปธรรม ผ่านผลงานทางศิลปกรรม
6. สามารถใช้ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศในการสื่อสาร และใช้เทคโนโลยีได้ดี
7. สามารถแสดงออกและพัฒนาทักษะทางศิลปะได้ตามความถนัดและความสามารถเฉพาะตน
ทำไมต้องเรียนสาขานี้ ?
สถานการณ์หรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy) อันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาฐานการผลิตและบริการให้เข้มแข็งและมีเสถียรภาพ บนฐานความรู้และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย โดยมียุทธศาสตร์การสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้และการสร้างปัจจัยแวดล้อมเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้าและบริการในภูมิภาค บนพื้นฐานแนวคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรม รวมทั้งต่อยอดองค์ความรู้ให้สามารถสนับสนุนการสร้างมูลค่าในการปรับโครงสร้างภาคการผลิตและบริการให้มีมูลค่าสูงขึ้นในทุกขั้นตอน โดยใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นพลังขับเคลื่อนใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม (ปี 2555 – 2558) ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการต่อยอดภูมิปัญญา ผนวกด้วยความคิดสร้างสรรค์หลอมรวมให้เกิดเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัย อันทรงคุณค่าในรูปแบบต่างๆ เป็นประโยชน์ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุณค่าทางจิตใจ อันได้แก่ สุนทรียะ และประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิต ทั้งวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ให้สามารถประยุกต์ใช้ในสังคม
ปัจจุบันการอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์มีแนวโน้มเติบโตและกำลังเป็นกลยุทธ์สำคัญ ในการเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากการประเมินของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) พบว่ามูลค่า การส่งออกสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ของโลกในปี 2548 มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยประมาณร้อยละ 6.4 ต่อปี โดยประเทศพัฒนาแล้วครองส่วนแบ่งในตลาดส่งออกของโลกร้อยละ 82 ซึ่งแนวโน้มในอนาคตการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่บนพื้นฐานของอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์เป็นหลัก ทำให้หลายประเทศเริ่มปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น อาทิ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน และ ฮ่องกง เป็นต้น สอดคล้องกับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยภาครัฐได้ตระหนักถึงอิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศไทย ที่จะปรับปรุงทิศทางการดำเนินงานของประเทศด้วยการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งต้องอาศัยการสร้างและพัฒนาบุคลากรผู้ทำงานให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างชาญฉลาดในการประกอบอาชีพ
สถานการณ์หรือการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรม
ในโลกยุคปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้หลายๆ ประเทศในโลกสามารถผลิตสินค้าและบริการได้ทัดเทียมกันไม่ว่าจะเป็นด้านราคา คุณสมบัติ ตลอดจนการใช้งาน ที่แทบจะคล้ายคลึงกันอย่างหาที่ต่างมิได้ ฉะนั้นการที่จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จบนเวทีตลาดโลกได้ จึงมิได้อยู่ที่องค์ประกอบดังกล่าวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสินค้าและบริการซึ่งต้อง มาจากการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ในการผสมผสานกระบวนการผลิตและเรื่องราวให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะและหลากหลาย เพื่อเป็นจุดเด่นหรือจุดขายให้กับสินค้าและบริการของตน ซึ่งก็คือแนวคิดบนพื้นฐานเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์นั่นเอง สำหรับประเทศไทยมีเอกลักษณ์เป็นที่ยอมรับในด้านวัฒนธรรม การดำเนินชีวิต วิถีความเป็นอยู่ และศิลปะแบบไทยที่มีความสวยงาม ทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่ง และแรงงานไทยในสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์ และงานออกแบบ ก็มีศักยภาพไม่น้อยไปกว่าหลายๆ ประเทศ ปัจจุบันภาพยนตร์โฆษณาและการ์ตูน แอนิเมชัน รวมถึงเกมส์และเกมส์ออนไลน์ที่สร้างสรรค์โดยคนไทยเริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพจะสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นระบบเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์อย่างแท้จริง


